Picosecond Laser 

Pic-final-Pico-01
Pic-final-Pico-03

Pic-final-Pico-02

Pic-final-Pico-04

“ Pico ไม่จำเป็นต้องหน้าแดง ไม่จำเป็นต้องมีจุดเลือดออก หลังยิง!! ” 

✔ เครื่องแท้เหมือนกัน อาจให้ผลการรักษาที่ไม่เหมือนกัน
เพราะอะไรที่ Medisense Clinic ถึงแตกต่าง

คุณหมอมีประสบการณ์การใช้เลเซอร์และรักษาปัญหาผิวพรรณมา ร่วม 15 ปี และประสบการณ์การใช้ Picosecond Laser 6 ปี การใช้เลเซอร์ที่มีพลังงานสูง ต้องเข้าใจในตัวเทคโนโลยีเป็นอย่างดี มีการปรับใช้พลังงานเลเซอร์ ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวที่คนไข้เป็นเพื่อให้เห็นผลหลังการรักษาและลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้

รางวัลเพื่อให้มั่นใจได้ว่า Medisense  Clinic ใช้เครื่องเลเซอร์ที่ได้รับมาตรฐาน ร่วมกับประสบการณ์การรักษาและการใช้เครื่องเลเซอร์ของคุณหมอ 

Pic-final-Pico-05

การยิง Picosrcond Laser ไม่จำเป็นต้องหน้าแดงหรือมีจุดเลือดออกใต้ผิวเสมอไป โดยเฉพาะในรอยโรค ฝ้า กระแดด กระตื้น รอยดำจากสิว หากใช้พลังงานที่สูงเกินไป Endpoint หลังยิงเลเซอร์เกิดจุดเลือดออก จะทำให้รอยโรค ฝ้า กระ รอยดำ ยิ่งเข้มขึ้น คล้ำขึ้น จนเกิดผลข้างเคียงตามมา “เพราะฉะนั้นการจะทำเลเซอร์ไม่ใช่แค่เครื่องแท้เหมือนกันและจะได้ผลเหมือนกัน” ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์และเครื่องที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

Pic-final-Pico-06

• Picosecond Laser ที่ได้รับ US FDA Approved
• PicoPlus เป็นเครื่องที่มีงานวิจัยในคนเอเชียมากที่สุด
• Picosecond Laser มีความยาวคลื่นแสงถึง 4 wavelength ให้เลือกใช้งานตามปัญหาผิว คือ
- 532 / 1064 nm
- 595 nm
- 660 nm

Pic-final-Pico-07


» Zoom Handpiece (1064, 532 nm) : ใช้รักษากระแดด, กระตื้น, กระลึก,ปาน และรอยสักสีดำ สีน้ำตาล สีแดง
» Collimated Handpiece (1064, 532 nm) : ใช้รักษาฝ้า, จุดด่างดำ, ปรับสีผิวให้กระจ่างใส หรือที่เรียกว่า Pico Toning Mode
» Gold Toning Handpiece (595 nm) : ใช้รักษารอยแดงจากสิว, ฝ้าเส้นเลือด, รอยสักสีฟ้า-สีเหลือง
» RUVY Touch Handpiece (660 nm) : ใช้รักษากระแดด, กระตื้น, รอยสักสีเขียว
» Dual Focused Dots Handpiece (1064, 532 nm) : หรือที่เรียกว่า Pico Fractional Mode ใช้รักษาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระชับรูขุมขน หลุมสิว รอยแตกลาย ผลัดเซลล์ผิวเก่า เกิดเซลล์ผิวใหม่ ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส


Pico Zoom vs  Pico Toning  vs  Pico Fractional Mode
3 mode การรักษาที่เป็นที่นิยม มีข้อดี ข้อแตกต่าง ข้อระมัดระวังอะไรบ้างที่ต้องทราบก่อนรับการรักษา

Pic-final-Pico-02
Pic-final-Pico-08

»  Zoom 532 nm เพื่อรักษารอยโรค กระตื้น, กระแดด,รอยสักสีแดง ความยาวคลื่นนี้มีความจำเพาะกับเม็ดสี melanin,    melanosome, เม็ดสีดำและสีแดงในผิวหนังชั้นตื้น
»  Zoom 1064 nm ความยาวคลื่นนี้มีความจำเพาะกับเม็ดสี melanin เม็ดสีดำ, สีน้ำตาล ในผิวหนังชั้นลึก 

Pic-final-Pico-09

»  Zoom mode
เป็นการยิงที่เกิดสะเก็ดหลังทำ ค่าพลังงานในการยิงสูงเพื่อให้เม็ดสีแตกตัวออกทันที หากปรับค่าพลังงานไม่เหมาะสม มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น รอยดำหลังทำเลเซอร์ได้ o เป็น Mode ยิงที่ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ในการวินิจฉัยรอยโรคให้แม่นยำ และปรับค่าพลังงานให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงหลังการรักษา 

Pico toning mode : คือการใช้หัวยิง Collimate Handpiece ปล่อยแสงเลเซอร์ในความยาวคลื่น 1064 nm ด้วยพลังงานต่ำๆ โดยหลักการ photomechanical  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพิเศษของ Picosecond laser ทำให้เม็ดสีชั้นในแตกตัวแบบไม่เกิดความร้อนสูง จึงไม่ทำลายผิวชั้นบนใน mode นี้จะไม่เกิดสะเก็ดแผลหลังทำ เพื่อรักษารอยโรคที่ไม่ต้องการความร้อนสูงในการรักษาอันได้แก่ ฝ้า, จุดด่างดำ 

Pic-final-Pico-10

ผิวกระจ่างใส, สีผิวสม่ำเสมอ หลังการรักษาด้วย toning mode ผิวจะมีอาการแดงเล็กน้อยหลังทำเท่านั้น อาการแดงจะเป็นอยู่ประมาณ 6-24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องพักหน้าและสามารถทาครีม แต่งหน้าได้ตามปกติ


Fractional mode
: คือการใช้หัวยิง Dual Focused Dots Handpiece ปล่อยแสงเลเซอร์ในความยาวคลื่น 1064 และ 532 nm ใน mode นี้จะเป็นการปล่อยเลเซอร์ในระดับพลังงานสูง แต่แนวลำแสงจะออกมาเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า Microscopic Treatment Zone (MTZs) และออกมาเป็นจุดเล็กๆ ถี่ๆ และด้วยพลังงานที่สูงมากนี้ทำให้เกิด plasma effect ในระดับหนังแท้ที่เรียกว่า LIOB (Laser Induced Optical Breakdown)

Pic-final-Pico-11

LIOB (Laser Induced Optical Breakdown)
มีลักษณะเป็นฟองอากาศเล็กๆ ใต้ผิว โดยที่ผิวด้านบนไม่เกิดการบาดเจ็บ แต่เป็นการบาดเจ็บในผิวด้านล่างหรือหนังแท้ทำให้เกิดเป็นจุดเลือดออกใต้ผิวนั่นเอง 

ใน Fractional Mode บริเวณผิวที่ได้รับการรักษาจะมีรอยจ้ำแดงเป็นจุดเลือดออกใต้ผิวระดับความรุนแรงของรอยจ้ำแดงและจุดเลือดออก ขึ้นอยู่กับการปรับค่าพลังงานและระดับความลึกโดยการใช้พลังงานที่สูงและระดับความลึกที่ยิ่งลึกก็จะเกิดรอยจ้ำแดงและจุดเลือดออกที่มาก ซึ่งจะเหมาะกับการรักษาในกลุ่มของหลุมสิวลึก (Boxcar, Icepick scar), รูขุมขนกว้าง โดยไม่เหมาะกับรอยโรคที่ไม่ต้องการพลังงานสูง เช่น ฝ้า, รอยดำ รอยแดงจากสิว เพราะจะทำให้รอยโรคเข้มขึ้น ดำขึ้นได้

Pic-final-Pico-12


จากข้อมูลข้างต้น ทำให้ทราบว่าแต่ละ mode มีหน้าที่และข้อระวังที่แตกต่างกันและ
“ในหนึ่งคนอาจมีหลายปัญหาร่วมกัน เพราะฉะนั้น การเลือกใช้ mode ยิงและการปรับค่าพลังงานให้เหมาะสม เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” 

ที่..เมดิเซนส์คลินิก คุณหมอจะตรวจประเมินปัญหาผิวจริงของคนไข้และแนะนำแนวทางการรักษาก่อนทำหัตถการทุกเคสและเรามีหลายโปรแกรมการรักษาของ Pico laser ไม่ว่าจะเป็น
• โปรแกรมการรักษาเฉพาะจุด, เฉพาะรอยโรค
• โปรแกรมการรักษาแบบครอบคลุม ครบทุกโหมด (Pico Full Mode Program)
• โปรแกรม Pico เพื่อรักษาฝ้า (Pico 3 Glow Program)  

ถ้าคุณมีปัญหาผิวที่กังวลใจเข้ามาปรึกษากับคุณหมอ โดยนัดหมายได้
(E)webdensity-17


พิโคเลเซอร์ (Pico laser) ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์?ทำห่างกันกี่สัปดาห์?
• ปัญหาสีผิวคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องทำ 2-6 ครั้ง ทำห่างกัน 2-4 สัปดาห์
• ปัญหากระแดด กระตื้น ต้องทำ 1-3 ครั้ง ทำห่างกัน 4-6 สัปดาห์
• ปัญหาฝ้า ต้องทำเลเซอร์ 4-10 ครั้ง ทำห่างกัน 2-4 สัปดาห์
• ปัญหาจุดด่างดำ รอยสิว ต้องทำเลเซอร์ 2-6 ครั้ง ทำห่างกัน 2 สัปดาห์
• ปัญหากระลึก ต้องทำเลเซอร์อย่างน้อย 6-8 ครั้งขึ้นกับความเข้ม ทำห่างกัน 4-8 สัปดาห์
• ปัญหารูขุมขนกว้าง ต้องทำเลเซอร์ 3-5 ครั้ง ทำห่างกัน 1 เดือน
• ปัญหาหลุมสิว แผลเป็น รอยแตกลาย ต้องทำเลเซอร์ประมาณ 4-10 ครั้งขึ้นกับความรุนแรง ความลึกของหลุมสิว ทำห่างกัน 1 เดือน
• ปัญหารอยสัก จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ใช้ในการสักและความลึกในการสัก ทำห่างกัน 4 สัปดาห์

เลเซอร์ทำให้หน้าบางหรือไม่?
ไม่บางลงเพราะการทำเลเซอร์ Picosecond Laser เป็นการระเบิดเม็ดสีอย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่มีการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง การทำเลเซอร์จะช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวหนาตัวขึ้นตามปกติแล้วผิวหนังของเราจะมีการสร้างผิวใหม่และผลัดเซลล์ผิวเก่าทุกๆ 28 วัน  

PicoPlus เจ็บหรือไม่?
ในโหมดการยิงเพื่อปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส รักษาฝ้า ลบเลือนรอยดำคนไข้จะรู้สึกดีดเบาๆ ที่ผิว (Pain score=1/10) โดยจะเบากว่าการยิงด้วย Q-Switch Laser มาก ในโหมดการยิงเพื่อรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง กระตื้น กระลึก รอยสักจำเป็นต้องใช้พลังงานสูงขึ้นในการรักษา จึงต้องมีการทายาชาทิ้งไว้ก่อนเลเซอร์ประมาณ 30-45 นาทีเพื่อให้คนไข้ไม่เจ็บขณะยิงเลเซอร์ (Pain score 3/10) นอกจากนี้ขณะรักษาจะมีการเป่าลมเย็นเพื่อให้คนไข้สบายผิวและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการรักษา 

การเตรียมตัวก่อนมาทำ PicoPlus
หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์ แจ้งแพทย์ก่อนทำเลเซอร์
• ประวัติยาทานที่ทานอยู่
• ประวัติการแพ้ยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาชาชนิดทา
•  โรคประจำตัวเช่นลมชัก ผื่นแพ้แสง เบาหวาน มะเร็งผิวหนัง
•  ตั้งครรภ์
•  ประวัติการเป็นเริมซ้ำๆ
•  ประวัติร้อยไหมทองคำ
ควรเลี่ยงการทำเลเซอร์หากมีแผลเปิด แผลถลอกยังรักษาไม่หาย งดเลเซอร์หากเพิ่งฉีดโบทูลินัมท็อกซินหรือฟิลเลอร์มาไม่เกิน 2 สัปดาห์ 

การดูแลหลังทำ Picolaser
• หลังทำเลเซอร์ “ต้อง” ทาครีมกันแดด SPF อย่างน้อย 30 ทุกวันถึงแม้ไม่ออกแดด ใช้ครีมกันแดดอย่างน้อย 2 ข้อนิ้วในการทาบริเวณผิวหน้า
• หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เมื่อออกแดดควรกางร่มหรือใส่หมวกปีกกว้าง
•  หลีกเลี่ยงไอร้อนจัดเช่นการทำซาวน่า การแช่น้ำร้อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังเลเซอร์
•  หลีกเลี่ยงการนวดหน้า สครับหน้า การเสียดสีผิวบริเวณที่ทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์
•  5 วันหลังเลเซอร์ ควรทำความสะอาดผิว เช็ดหน้า ล้างหน้าด้วยความอ่อนโยน
•  งดสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารปรับผิวขาว สารผลัดเซลล์ผิวเช่น AHA, BHA, วิตามินเอ 1 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์
•  ทายาและทานยาตามแพทย์สั่ง
•  การยิง PICOPLUS Bright and Rejuvenation จะไม่มีสะเก็ด ไม่ต้องพักหน้าสามารถแต่งหน้าหลังทำ เลเซอร์ได้เลย
•  การยิง PICOPLUS Scarless and Poreless จะมีการบวมแดง จุดเลือดออกใต้ผิว ซึ่งจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน คนไข้ต้องหลีกเลี่ยงแต่งหน้า 1 วันหลังเลเซอร์