โปรแกรมรักษาฝ้า

ฝ้า / Melasma มีลักษณะเป็นรอยดำเป็นปื้นใหญ่ๆ โดยมักจะเกิดขึ้นตามบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น หน้าผาก ไรหนวด โหนกแก้ม ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุด

สาเหตุของการเกิดฝ้า

สาเหตุของการเกิดฝ้านั้น ทางการแพทย์ยังไม่พบสาเหตุที่แน่นอน แต่ทราบว่าเกิดจากหลายปัจจัย ที่ทำให้เกิดฝ้า ( Multifactorial Factor) คือ เกิดจากการกระตุ้นจาก 4 ปัจจัย ดังต่อไปนี้
1. แสงแดด แสง UV เป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดฝ้า และในปัจจุบันยังพบว่าแสง Blue light ก็กระตุ้นการเกิดฝ้าได้เช่นกัน
2. ฮอร์โมน เช่น การทานยาคุม หรือ การตั้งครรภ์
3. กรรมพันธุ์
4. ครีมอันตรายและยารับประทานบางชนิด
ฝ้า / Melasma มี 3 ชนิด แบ่งตามพยาธิสภาพ


1.ฝ้าตื้น (Epidermal type) – เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนังกำพร้า มีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีเทาดำ ฝ้าชนิดนี้จะเห็นขอบเขตของการฝ้าได้ชัดเจน

2.ฝ้าลึก (Dermal type) – เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนังแท้ใต้หนังกำพร้า มีสีน้ำตาลอ่อน สีเทา สีเทาอมฟ้า มีขอบเขตของฝ้าไม่ชัดเจน สังเกตได้ว่าฝ้าชนิดนี้จะกลืนไปกับผิวหน้าเป็นบริเวณกว้าง

>> ฝ้าอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษ คือ ฝ้าเส้นเลือด

- ฝ้าเส้นเลือด : ฝ้าเลือด หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Vascular Melasma หรือ Telangiectetic Melasma
ฝ้าเลือดเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยบนผิวหน้า อาจเป็นผลมาจากการใช้เครื่องสำอาง หรือยา ที่มีส่วนผสมของเสตียรอยด์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแตกและมีเลือดกระจุกบริเวณพังผืดใต้ผิวหนังชั้นลึก
- โดยฝ้าจะมีสีน้ำตาลแดง จัดเป็นฝ้าที่รักษายาก ฝ้าเลือดพบในเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย ถึง 80%
วิธีการรักษา ฝ้า / Melasma

ราละเอียดแนวทางการรักษาดังนี้
AdsAlbum-07-05-01z-z1551214842340.jpg)
1. Sunscreen / ครีมกันแดด

การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ และในปริมาณที่เหมาะสม* เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษาฝ้า ลดโอกาสการที่ฝ้าเข้มขึ้น และผู้ที่ใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอก็ช่วยป้องกันการเกิดฝ้าในอนาคตได้เช่นกัน
2. ครีมบำรุงและยาทาลดเม็ดสี / Moisturizing & Whitening cream

Whitening cream ครีมและยาทาลดการสร้างเม็ดสี สามารถทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่ยังไม่พบว่าสามารถทำให้ฝ้านั้นหายไปจนหมดได้ และครีมและยาทาที่ใช้ควรได้มาตรฐาน มี อย. รับรองและจ่ายยาโดยแพทย์
Moisturizing cream / ครีมบำรุงเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผิวแข็งแรง และเมื่อใช้ร่วมกับครีมกันแดด จะช่วยลดการเข้มขึ้นของฝ้าจากการโดนแสงแดด และผิวที่แข็งแรงก็จะลดโอกาสการเกิดซ้ำของฝ้าอีกด้วย
“ Sunscreen / Moisturizing & Whitening cream ช่วยเสริมการรักษาได้ดี ในฝ้าทุกประเภท ”
3. ยารับประทาน /Medicine

โดยปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับการทานยาบางตัว ซึ่งพบว่าสามารถทำให้ฝ้าจางลงได้ ช่วยเสริมการรักษาได้ดีในฝ้าทุกประเภท แต่ต้องทานต่อเนื่อง 3-4 เดือนแล้วควรหยุด เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นได้ ควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ตรวจและจ่ายยา
4. Treatment / Peeling / Meso ฉีดฝ้า

การทำทรีทเม้นท์ ผลัดเซลล์ผิว ด้วยกลุ่ม AHA / Vit c จะช่วยรักษา ฝ้าชนิดตื้นได้ดี เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง และด้วยสูตรเฉพาะที่เมดิเซนส์คลินิก เรามีการเพิ่มเติมสารวิตามิน / Anti-oxidants ให้กับผิว ซึ่งจะช่วยบำรุงทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เมื่อผิวแข็งแรงขึ้นก็ลดการเกิดซ้ำของฝ้า
5. LASER / เลเซอร์

เลเซอร์ที่จะนำมาใช้กับ ฝ้า ควรเป็นเลเซอร์ที่มีผลกระทบต่อผิวน้อยที่สุด ไม่เกิดแผลหลังทำ และเลเซอร์ก็ไม่ได้ทำให้หน้าบางหรือผิวบางลง โดยเลเซอร์สามารถทำให้ ฝ้าในกลุ่มฝ้าลึก , ฝ้าเส้นเลือด , ฝ้าผสม ทำให้ฝ้าในกลุ่มเหล่านี้จางลงได้ดีและเร็วขึ้นกว่าวิธีอื่นๆ แต่การทำเลเซอร์ก็ไม่ได้ทำให้ฝ้าหาย 100% เช่นกัน สิ่งที่เราทำได้คือ การทำให้จางลง ควบคุมไว้ หรือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม

รีวิวผลการรักษาจากผู้ที่เข้ามารับบริการจริง
ที่ เมดิเซนส์คลินิก
“ ฝ้า ”
ปัญหากวนใจของใครหลายคน
เป็น customized Program คือ “ ต้องตรวจประเมินปัญหา
ชนิดของฝ้ากับแพทย์ก่อนทุกเคส และออกแบบการรักษา
เพื่อดูแลผิวเฉพาะบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษา”
โดยสรุปคือ ฝ้า เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้
» แต่ฝ้าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 100%
» เป็นการรักษาที่ร่วมกับการทาครีมลดเม็ดสี ครีมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นแข็งแรง และครีมกันแดดในปริมาณที่แนะนำ เพื่อควบคุมไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้น
» ลดความหมองคล้ำจากรอยฝ้าที่เป็นปื้นๆ
» ลดเม็ดสี และช่วยปรับสภาพสีผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
» ฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้น แต่งหน้าง่ายและติดทนมากขึ้น
webdensity-17z-z1122773891131.webp)